เรื่องที่เอามาให้อ่านกันมันอาจจะไม่อัพเดตเท่าไหร่นะคะ
เพราะมันเป็นข้อมูลจากเพื่อนอีกต่อหนึ่งซึ่งนานมาแล้ว.......
ความรู้รอบตัวเรื่องน้ำมัน
สรุปเอาเองจากรายการตาสว่าง วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2551ไม่เกี่ยวกับรายการหรือ
บุคคลใดทั้งสิ้น

วันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา คุณโสภณ สุภาพงษ์ (หากสะกดผิดต้องขออภัยล่วงหน้า)
อดีตผู้บริหารบางจาก ได้มาร่วมรายการตาสว่าง กับคุณสัญญา คุณากร ในหัวข้อ
เรื่องวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันของประเทศไทย โดยการดำเนินรายการได้มีคำถาม
เกี่ยวกับที่มาของราคาน้ำมันว่า ราคาน้ำมันทำไมถึงได้แพง ใครเป็นคนตั้งราคา
แล้วในเหตุการณ์เช่นนี้ใครควรจะออกมาแก้ปัญหา และพวกเราจะช่วยกันได้อย่างไร
หรือควรจะทำตัวอย่างไร และในอนาคตแนวโน้มของราคาจะเป็นอย่างไร
ในที่นี้จะขอกล่าวถึงที่มาของคุณโสภณกันสักหน่อยว่าท่านเป็นใคร มาจากไหน
เผื่อว่าเรายังไม่รู้กัน

คุณโสภณนั้นในอดีตท่านเคยเป็นผู้บริหารของปั๊มบางจาก พวกเราคงยังพอจำได้ว่า
ในช่วงระยะเวลาที่ปั๊มบางจากเพิ่งก่อตั้ง ปั๊มนี้มีสภาพย่ำแย่ ทั้งการบริการ คุณภาพ
สภาพแวดล้อม ทั้งหมดทำท่าจะไปไม่รอด แต่เมื่อคุณโสภณ ได้ก้าวเข้ามาในตำแหน่ง
ผู้บริหาร ท่านได้กู้วิกฤติของปั๊มบางจาก จนกลายเป็นปั๊มที่มีภาพลักษณ์ของความสะอาด
เป็นอันดับหนึ่ง ต่อมาท่านก็เริ่มตั้งร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตในปั๊มชื่อเลมอน ฟาร์ม เราคง
จำกันได้ ในร้านเลมอนฟาร์มจะมีสินค้าจากภาคเกษตรชุมชนมาขาย เป็นแหล่งช่วยระบายสินค้า
ของเกษตรกร นอกจากนี้คุณโสภณยังเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดราคาน้ำมันในช่วง
7-8 ปีที่แล้วด้วย (ซึ่งราคาไม่เคยขยับขึ้นเกินกว่าพวกเราจะทนได้อย่างในปัจจุบัน)
และคุณโสภณยังเป็นผู้ที่พยายามดิ้นรนดันกฎหมาย (ไม่รู้ว่ามันชื่อกฎหมายอะไร รู้แต่เนื้อความ)
เรื่องการถือหุ้นในบริษัทน้ำมัน "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ว่าจะตำแหน่งใด
ไม่ควรมีหุ้น หรือความข้องเกี่ยวกับบริษัททั้งหลายเหล่านี้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาของ
ผลประโยชน์ทับซ้อน"   ซึ่งปัจจุบันก็เกิดปัญหานี้ขึ้นมาแล้วจริงๆ เพราะคุณโสภณถูกบีบให้ออก
ก่อนที่กฎหมายจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเสียอีก (คนเก่ง คนดี ไม่สามารถยืนหยัดในรัฐบาลไทยได้จริงหรือนี่)
เอาเป็นว่าเราคงพอจะรู้ความเป็นมาของท่านบ้างแล้ว ว่าท่านเป็นที่มีความรอบรู้
เกี่ยวกับน้ำมันเป็นอันดับหนึ่งของไทย เป็นนักบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม
เป็นคนที่รักและใส่ใจความเป็นอยู่ของประชาชนไทย และเป็นคนดีมีคุณธรรม
 
เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าว่าน้ำมันมาจากไหน ใครเป็นคนกำหนดราคา
เราคงจะเคยได้ยินคำว่า "ราคาน้ำมันในตลาดโลกวันนี้อยู่ที่ 125 เหรียญต่อบาเรล" มัน
หมายความว่าไง? ราคานั้นหมายความว่า ราคาน้ำมันที่เขาขายกันอยู่ในโลกทั่วไปมันคือ
125x0.20 = 25 บาทต่อลิตร ตัวเลข 0.20 หรือ 20 สตางค์ คือตัวเลขที่เราเอาไปคูณ
แล้วมันจะออกมาเป็นหน่วยบาทต่อลิตร นั่นคือราคาที่ทั่วโลกขายกัน แต่เหตุไฉนราคาน้ำมัน
บ้านเรามันถึงพุ่งไปอยู่ที่เกือบ 40 บาทได้ ในขณะที่ต้นทุนมันแค่ 27 บาทกว่าเท่านั้น
นั่นเป็นเพราะการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ให้ออกมาอยู่ในมือของคนไทย จะพูดให้ถูกคือมาอยู่ใน
มือของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อยู่ในมือของคนในกระทรวงพลังงาน พวกเขาเหล่านั้น
เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขององค์กร พวกเขาเป็นผู้มีอำนาจอันชอบธรรมในการลดหรือขึ้นราคา
น้ำมันภายในประเทศ
 
 การกำหนดราคาก็คือ เอาต้นทุน + กำไรที่ต้องการ = ราคาขาย
 
ในปัจจุบันนั้นพวกเขาบวกกำไรที่ต้องการถึง 200,000ล้าน เพื่อเข้ากระเป๋าตัวเอง เพราะ
ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมปตท.ถึงมีกำไรมากจัง คุณโสภณได้พูดว่า "เราจะไปต่อว่าบริษัท
นั้นไม่ได้หรอก เขาทำงานก็เป็นธรรมดาที่ต้องการให้เกิดผลกำไรสูงสุดต่อองค์กร แต่คนที่
ควรจะมีความรับผิดชอบต่อประชาชนสักหน่อยควรจะเป็นผู้ใหญ่ในกระทรวงพลังงาน
ผู้มีอำนาจในรัฐบาลควรมีความเมตตาต่อประชาชนมากกว่านี้" แล้วทำไมพวกท่านเหล่านั้น
จึงไม่ช่วยควบคุม กำกับ ดูแลบริษัท ไม่ให้ขึ้นราคาจนเกินเหตุเช่นนี้ล่ะ เพราะว่าพวกท่าน
เองเป็นผู้ถือหุ้นเองน่ะสิ นี่แหละที่เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อน กฎหมายที่พยายามจะดัน
ให้ผ่านแต่คนดีกลับโดนบีบออก เพราะเป็นกฎหมายที่ไปขัดขาคนโกง
 
แนวโน้มราคาน้ำมันในอนาคตเป็นอย่างไร
เรามาทำความรู้จักกับเจ้าน้ำดำนี้กันหน่อย น้ำมันในประเทศแถบตะวันออกกลางนั้นมีปริมาณ
เยอะมาก หากประเทศในตะวันออกกลางผลิตน้ำมันใช้เองเป็นการภายใน ไม่ส่งออกนั้น พวกเขา
จะมีน้ำมันใช้ไปอีกพันปี ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีบ่อน้ำมันส่วนตัวที่ใช้ได้เพียง 4 ปี นั่นเป็นเหตุ
ให้อเมริกาพยายามไปก่อสงครามในตะวันออกกลาง เมื่อเกิดสงครามคนในตะวันออกกลาง
ก็ไม่มีอาวุธจะไปสู้กับเขาได้ จึงต้องสั่งซื้ออาวุธโดยเอาบ่อน้ำมันไปแลก แล้วใครกันที่ขายอาวุธ
ใครกันที่เข้าไปครอบครองบ่อน้ำมัน ก็พี่ใหญ่อเมริกานี่แหละ ยิงนัดเดียวได้ทั้งเงิน ได้ทั้งน้ำมัน
เมื่อธุรกิจการค้าน้ำมันมีพี่ใหญ่เพียงชาติเดียวแล้ว ทำให้การกำหนดราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น
ทุกวี่วันโดยที่ต้นทุนในการผลิตไม่ได้สูงขึ้นสักแดงเดียว เป็นการผูกขาดราคากลายๆ
โดยใช้ข้ออ้างว่า "น้ำมันจะหมดโลกๆ" เป็นเรื่องของอุปสงค์ อุปทาน (ใครเคยดู Blood Diamond)
คงจะเข้าใจ ดังนั้น สั้นๆ ง่ายๆ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ราคาน้ำมันโลกก็จะพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่คนไทยจะซวยหน่อย ตรงที่นอกจากจะโดนต่างประเทศปั่นราคามารอบนึงแล้ว ยังโดน
คนในประเทศเองปั่นซ้ำอีกรอบนึงอีก ทำให้เราซื้อน้ำมันที่แพงหูดับตับแลบอย่างในปัจจุบัน
 
ข้อมูลเหล่านี้เป็น
ความจริงล้วนๆ รายชื่อของผู้ถือหุ้นไทยก็แผ่หลากันอยู่ว่าใครเป็นใคร เป็นข้อมูลสาธารณะที่
ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจ หรือไม่เข้าใจว่ามันไปเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร ดังนั้น ถึงเวลา
แล้วที่พวกเราจะตื่นขึ้นมาสนใจสิ่งรอบข้างเสียที อย่าว่าไม่ใช่เรื่องของเรา อย่าว่าถึงรู้ไป
ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยจงรู้ตัวเสียว่าตกเป็นเหยื่อของผู้มีอำนาจอยู่ กำลังโดนเขาบีบให้ตายคามืออยู่
และอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันเท่านั้นอีกด้วย ขอให้ทุกคนรู้ทัน ช่วยกันคิด ช่วยกันดูแล และปกป้อง
ผลประโยชน์ของพวกเราประชาชนเองแท้ๆ
 
 
สุดท้ายขอให้พวกเราจำไว้ ราคาน้ำมันโลกเท่าไหร่ เอา 20 สตางค์ คูณเข้าไป จะได้รู้ว่าพวกเรากำลังโดน
สูบเลือดสูบเนื้อวันละกี่บาท
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ

กำลังนึกถึงเรื่องนี้พอดี

#1 By parmer on 2008-06-23 15:59

คุณโสภณพูดความจริงไม่หมดนะครับ

ว่าด้วยราคาน้ำมัน: เมื่อตาสว่างมืดบอด
http://house.exteen.com/20080528/entry-1

ว่าด้วยราคาน้ำมัน:การตั้งราคา
http://house.exteen.com/20080521/entry

ว่าด้วยราคาน้ำมัน:กฏของราคาเดียวและราคาอ้างอิงสิงคโปร์
http://house.exteen.com/20080530/entry

ป.ล. คุณโสภณเคยเป็นผู้บริหารบางจาก และเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นผู้ที่บริหารให้บางจาก "เจ๊ง" จนกระทั้งถูกเทกโอเวอร์โดย ปตท. (และ ปตท. ก็ปลดออกจากตำแหน่งทันทีเช่นกัน)

#2 By PaePae on 2008-06-23 16:31

ผู้บริโภคคือคนที่ต้องปรับตัว

#3 By ยายแม่บ้าน on 2008-06-26 12:05