โดยส่วนตัว เป็นคนชอบหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ

ไม่ใช่แค่ชอบอ่าน.... ทั้งปก เนื้อหน้ากระดาษ ภาพประกอบ รวมเป็นส่วนประกอบของการตัดสินใจซื้อทั้งหมด

แต่ค่าน้ำหนักส่วนใหญ่ยังตกเป็นของ"วิธี"การเขียน และการใช้คำ ส่วนเรื่องเนื้อหานั้น จะขอยกประโยชน์ให้กับจำเลยเพราะถือว่า ห้ามตัดสินหนังสือเล่มใดจนกว่าจะอ่านจบ แต่เรื่อง"วิธี"การเขียน และการใช้คำนั้น ถ้าอ่านแล้วไม่ลื่น....จะเกิดอาการรำคาญนักเขียนขึ้นมา

อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าในงานหนังสือจะมีคนเยอะมากๆ แถมแต่ละคนเบียดกันซื้อหนังสือกันอย่างกับแจกฟรี หรือมีแค่เล่มเดียวในโลก (แปลกมั้ย... ที่ชั้นและอีกหลายๆคนอ่านหนังสือ1เล่มต่อเดือนเป็นอย่างน้อย แต่เมื่อรวมคนทั้งประเทศแล้ว ประชากรทั้งหมดยังอ่านหนังสือกันแค่ปีละ7บรรทัด!!!) ทำให้ทุกครั้งก่อนจะไปงาน ชั้นจะวางแผนอย่างดีก่อนว่าจะไปแวะที่สำนักพิมพ์ไหน ซื้อเล่มไหนของนักเขียนหรือนักแปลคนใด ฮารุกิมุราคามิ บานาน่าโยชิโมโต้ มติชน ผีเสื้อ เอเชียบุ๊ค คบไฟ และหนังสือการ์ตูน

ต้องขอสารภาพว่า ชั้นเคยหลงรัก อะบุ๊ค อยู่ช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้คงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิท คงเป็นเพียงคนรู้จักที่อาจจะแวะไปเยี่ยมเยือนตามอารมณ์ มากกว่าจะวางแผนนัดกันไว้ เป็นเพียงแวะเพราะเป็นทางผ่านไปสู่บ้านเพื่อนคนอื่นๆเท่านั้น และเกือบทุกครั้งที่แวะไปชั้นก้อจะได้หนังสือที่ถูกใจกลับมา ถึงกระนั้นอะบุ๊คก้อเป็นเพียงสำนักพิมพ์ที่ชั้น"เคย"หลงรักเท่านั้น

แต่งานหนังสือครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง ชั้นไปโดยมีเป้าหมายที่อะเดย์ที่เดียวเท่านั้น มติชน ผีเสื้อ เอเชียบุ๊ค คบไฟ กลายเป็นเพื่อนรักที่ชั้นจะไปหาหากยังพอมีเวลาเหลือ

และหนังสือเล่มเดียวเท่านั้นที่เป็นเป้าหมายหลักของชั้น "สิงมีชีวิตในโรงแรม"

หลังจากได้อ่านหนังสือในช่วงแรก อาจจะเพราะชั้นคาดหวังมาก... กับหนังสือเล่นนึง หรือเพราะลืมไปว่ามันไม่ใช่หนังสือ...มันเป็นบล๊อก หรือเพราะอีกหลายๆสาเหตุ หนังสือเล่นนี้ทำให้ชั้นหลับ

แต่อย่างที่บอก  ห้ามตัดสินหนังสือเล่มใดจนกว่าจะอ่านจบ ชั้นพยายามอ่านต่อไป...

หนังสือเล่มนั้น ค่อยๆสนุกขึ้น ...มีเรื่องที่ทำให้ชั้นต้องเดินไปนั่งอ่านใกล้ๆเพื่อนคนอื่นเพราะกลัวว่าเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือและจะพบสิ่งที่ไม่ได้รับเชิญจ้องหน้าอยู่ ....มีเรื่องที่ทำให้ชั้นหัวเราะเสียงดังขั้นมาในห้องพักแขกที่มีคนอยู่เต็มและเงียบสนิท ...มีเรื่องที่ทำให้ชั้นชอบจนบังคับให้เพื่อนที่นั่งข้างๆฟังชั้นอ่าน

จากความคิดแรกที่จะไม่ซื้อเล่มสองแน่นอน.....ได้กลายเป็น จะต้องไปซื้อเล่มสองให้ได้

ยังมีหนังสือของอะเดอีกสองเล่มที่ซื้อมาพร้อมกัน....ตอนนี้ได้แต่หวังว่า สองเล่นจะถูกคอและถูกใจชั้นเช่นกัน

ตอนนี้ แม้จะไม่อาจพูดได้เต็มปากว่า ชั้นกับอะเดย์ได้กลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันอีกครั้ง แต่งานหนังสือครั้งหน้า คงจะได้เห็นชั้นด้อมๆมองๆอยู่ที่อะเดย์เหมือนแต่ก่อนแน่นอน....

Comment

Comment:

Tweet

#3 ดีใจคะที่มีประโยชน์

#4 คำถามนี้ถามผิดคนแล้วคะsad smile ลองถามคุณบิ๊กบูน กับคุณวิชัยดูนะคะsurprised smile

#5 By be-gift on 2008-10-28 21:27

อืมๆ ยังไม่ได้หามาเลยครับผม ...วางขายร้านทั่วไปยังเอ่ย
1.อยากตบกะโหลกไอ้คนที่พูดประโยคนี้
"เด็กไทยอ่านหนังสือปีละ7บรรทัด"
เด็กไทยไม่ได้เท่ากับเด็กแว๊นนะเฟ้ย

2. แอบตื่นเต้นที่เห็นคอมเม้นช่วงแรก ที่มันน่าเบื่อจนทำให้หลับ
ตื่นเต้นจริงๆครับ ทำให้อยากรู้ว่าเราขาดสารประกอบอะไรในนั่นหรือ

3.รู้สึกหัวใจพองโตตรงที่ต้องบังคับให้เพื่อนอ่าน
เพราะผมก็ทำเหมือนกัน...confused smile

4. รู้สึกดีใจที่จะซื้อเล่มสอง...

ขอบคุณมากครับ เป็นประโขชน์มากครับ

#3 By วิชัย... on 2008-10-28 00:35

คุณวิชัยได้อ่านคงดีใจๆconfused smile

#2 By wesong on 2008-10-28 00:17

big smile กะลังทยอยอ่านอยู่เลยค่ะbig smile

#1 By (^_^)/nana on 2008-10-28 00:16